วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค พ.ย.สูงสุดรอบ 13 เดือน

จัดทำโดย นางสาวอัมพรพรรณ ป้อมสุวรรณ เลขทะเบียน 5002100650
"เรื่องดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค พ.ย.สูงสุดรอบ 13 เดือน"

นายธนวรรธน์ พลวิชัยม.หอการค้า เผย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค พ.ย. พุ่งยกแผง คาดปีใหม่กำลังซื้อคึก บ้าน รถยนต์ ท่องเที่ยว สดใส เชื่อครึ่งปีหลังกำลังซื้อฟื้น แต่ห่วงการเมือง มาบตาพุด เศรษฐกิจโลก หากแรงฉุดดัชนีดิ่งต่อเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ประจำเดือน พ.ย.52 ที่สำรวจจากกลุ่มตัวอย่างประชาชนทั่วประเทศ 2,242 คนว่า ดัชนีทุกรายการปรับขึ้นอีกครั้ง หลังจากเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีบางรายการปรับตัวลดลง โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ย.52 เท่ากับ 76.5 เพิ่มจากเดือนต.ค.ที่ 75.4 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปัจจุบัน 63.8 เพิ่มจาก 63.3 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต 79.5 เพิ่มจาก 78.2 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมเท่ากับ 69.1 เพิ่มจาก 68.0 ซึ่งสูงสุดในรอบ 13 เดือน ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานทำ 67.8 เพิ่มจาก 66.9 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต 92.6 เพิ่มจาก 91.2สำหรับปัจจัยที่ทำให้ดัชนีเป็นบวกมาจากการที่ผู้บริโภคมีความหวังว่า แนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคตจะปรับตัวดีขึ้น เห็นได้จากดัชนีที่เกี่ยวข้องกับอนาคตปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 6-7 เดือนติดต่อกัน และยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาสสามปี 52 ที่ฟื้นตัวขึ้นเหลือติดลบเพียง 2.8% รวมถึงการไม่เกิดความรุนแรงในการชุมนุมทางการเมือง และราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไม่ปรับเพิ่ม “แม้ดัชนีจะเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ส่งสัญญาณว่าความเชื่อมั่นจะฟื้นตัวอย่างชัดเจน เพราะผู้บริโภคยังกังวล และระมัดระวังการใช้จ่ายอยู่ เนื่องจากภาคยังไม่รับรู้ถึงสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นในปัจจุบัน แต่คาดว่าการใช้จ่ายช่วงปีใหม่น่าจะคึกคักกว่าปีที่แล้ว เห็นได้จากดัชนีความเห็นเกี่ยวกับการซื้อสินค้าคงทน บ้าน รถยนต์คันใหม่ รวมถึงการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 3 จุด ทำให้การใช้จ่าย ซื้อสินค้า ของขวัญน่าจะคึกคัก” นายธนวรรธน์ กล่าวอย่างไรก็ตาม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขณะนี้ยังทรงตัวในระดับต่ำกว่าปกติอยู่ และต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือ ความขัดแย้งทางการเมือง ราคาน้ำมัน การระงับโครงการมาบตาพุด และความไม่แน่นอนในภาวะเศรษฐกิจโลกว่าจะฟื้นตัวได้ยั่งยืนหรือไม่ หากปัจจัยเหล่านี้ไม่ส่งผลกระทบรุนแรง คาดว่าแนวโน้มความเชื่อมั่นต่อจากนี้มีโอกาสดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีหน้าเป็นต้นไป และจะฟื้นเข้าสู่ภาวะปกติได้ในกลางปี หรือราวเดือน พ.ค.-มิ.ย.53 และหลังจากนั้นการบริโภคภายในจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศได้

ที่มา: http://www.thairath.co.th/content/eco/51789

คำถาม 1.ดัชนีประจำเดือนพฤศจิกายน 2552 เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคมเท่าไรและเพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าใด
2.ดัชนีการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกี่จุด
3.ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคคือ อะไร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น